square-rightArray Functions

อนุชา เชิดชู 630710685

Arrays

Arrays เป็นโครงสร้างข้อมูลที่ใช้ในการเก็บข้อมูลหลายค่าในตัวแปรเดียว ใน PHP, Arrays สามารถเก็บข้อมูลที่เป็นประเภทต่างๆ ได้ เช่น ตัวเลข, สตริง, และแม้กระทั่ง Arrays อื่นๆ

ประเภทของ Arrays

PHP มี Arrays สองประเภทหลัก:

  1. Indexed Arrays: Arrays ที่มีการจัดเก็บค่าตามลำดับที่กำหนด โดยมีดัชนีเป็นตัวเลข

  2. Associative Arrays: Arrays ที่ใช้คีย์ที่เป็นสตริงในการเข้าถึงค่า

1. Indexed Arrays

$fruits = array("Apple", "Banana", "Cherry");
echo $fruits[0]; 
chevron-rightOutput:hashtag

Apple

2. Associative Arrays

$person = array("name" => "John", "age" => 30);
echo $person["name"]; 
chevron-rightOutput:hashtag
John

การสร้าง Arrays

คุณสามารถสร้าง Arrays ใน PHP ได้หลายวิธี:

ใช้ array()

ใช้ Short Array Syntax (PHP 5.4 ขึ้นไป)

การเข้าถึงและจัดการกับ Arrays

การเข้าถึงค่าใน Arrays

chevron-rightOutput:hashtag

2

การเพิ่มค่าใน Arrays

chevron-rightOutput:hashtag

Apple Banana Cherry Orange

การลบค่าใน Arrays

chevron-rightOutput:hashtag

Apple Cherry

การเพิ่มค่าใน Associative Array

สำหรับ Associative Array คุณต้องกำหนดคีย์เพื่อเพิ่มค่า:

Output:

chevron-rightOutput:hashtag

ฟังก์ชันที่ใช้บ่อยกับ Arrays

  • count(): นับจำนวนสมาชิกใน Array

  • array_merge(): รวม Arrays หลายอันเข้าด้วยกัน

  • array_slice(): ตัดส่วนของ Array ออกมา

  • array_keys(): คืนค่าคีย์ทั้งหมดใน Array

  • array_push() : เพิ่มค่าหลาย ๆ ค่าใน Indexed Array

ตัวอย่างการใช้ฟังก์ชัน

1. count(): นับจำนวนสมาชิกใน Array

Output:


2. array_merge(): รวม Arrays หลายอันเข้าด้วยกัน

Output:


3. array_slice(): ตัดส่วนของ Array ออกมา

Output:


4. array_keys(): คืนค่าคีย์ทั้งหมดใน Array

Output:


5. array_push(): เพิ่มค่าหลาย ๆ ค่าใน Indexed Array

Output:

6. implode: ใช้ในการรวมค่าจาก array ให้เป็นสตริงเดียว โดยมีตัวแบ่ง (separator) ที่กำหนดไว้ระหว่างแต่ละค่า

Output:

เปรียบเทียบ Array ในภาษา PHP, Java, C, Python และ JavaScript

chevron-rightOutput:hashtag

การเปรียบเทียบ Arrays ในภาษา PHP, Java, C, Python และ JavaScript นั้นมีความแตกต่างในหลายด้าน เช่น วิธีการสร้าง การเข้าถึง ขนาด การจัดการข้อมูล และประเภทของ Array ต่อไปนี้คือรายละเอียดของความแตกต่าง:

1. การสร้าง Arrays

  • PHP:

    • สามารถสร้าง Indexed Arrays และ Associative Arrays (คีย์เป็นสตริง) ได้อย่างง่ายดาย

    • ตัวอย่าง:

  • Java:

    • ต้องระบุประเภทของ Array เมื่อสร้าง (เช่น int[], String[]) และไม่สามารถเปลี่ยนขนาดได้

    • ตัวอย่าง:

  • C:

    • Arrays ต้องการการกำหนดขนาดที่ชัดเจนเมื่อสร้าง และไม่สามารถเปลี่ยนขนาดได้

    • ตัวอย่าง:

  • Python:

    • ใช้ Lists ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูงในการจัดเก็บข้อมูลประเภทต่าง ๆ และสามารถปรับขนาดได้ตามต้องการ

    • ตัวอย่าง:

  • JavaScript:

    • Arrays เป็นออบเจ็กต์ที่สามารถเก็บข้อมูลหลายประเภทได้ ทำให้มีความยืดหยุ่น

    • ตัวอย่าง:

2. การเข้าถึงค่าใน Arrays

  • PHP:

    • ใช้ดัชนีเป็นตัวเลขหรือคีย์ในการเข้าถึงข้อมูล

    • ตัวอย่าง: $fruits[0] หรือ $person["name"]

  • Java:

    • ใช้ดัชนีเป็นตัวเลขในการเข้าถึงข้อมูล

    • ตัวอย่าง: fruits[0]

  • C:

    • ใช้ดัชนีเป็นตัวเลขในการเข้าถึงข้อมูล เช่นกัน

    • ตัวอย่าง: fruits[0]

  • Python:

    • ใช้ดัชนีเป็นตัวเลขในการเข้าถึงข้อมูล

    • ตัวอย่าง: fruits[0]

  • JavaScript:

    • ใช้ดัชนีเป็นตัวเลขในการเข้าถึงข้อมูล

    • ตัวอย่าง: fruits[0]

3. การจัดการขนาดของ Arrays

  • PHP:

    • Arrays สามารถเพิ่มหรือลบสมาชิกได้ง่าย

    • ฟังก์ชัน: array_push(), unset()

  • Java:

    • ขนาดของ Arrays ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้หลังจากที่สร้างแล้ว ต้องใช้ ArrayList หากต้องการขนาดที่เปลี่ยนแปลงได้

    • ตัวอย่าง:

  • C:

    • ขนาดของ Arrays ต้องกำหนดล่วงหน้า และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

    • ต้องใช้การจัดการหน่วยความจำด้วย malloc และ free สำหรับ Array ที่มีขนาดไม่แน่นอน

  • Python:

    • Lists สามารถปรับขนาดได้โดยง่าย สามารถใช้ append(), extend() และ remove()

    • ตัวอย่าง: fruits.append("Orange")

  • JavaScript:

    • Arrays สามารถเพิ่มหรือลบสมาชิกได้ง่าย

    • ฟังก์ชัน: push(), splice()

4. ประเภทของ Arrays

  • PHP:

    • สามารถใช้ทั้ง Indexed Arrays และ Associative Arrays

  • Java:

    • Arrays มีประเภทที่ชัดเจน เช่น int[], String[], และไม่สามารถเก็บข้อมูลหลายประเภทใน Array เดียวกันได้

  • C:

    • Arrays มีประเภทที่ชัดเจนเช่นกัน และไม่สามารถเก็บข้อมูลหลายประเภทใน Array เดียวกัน

  • Python:

    • Lists สามารถเก็บข้อมูลประเภทต่าง ๆ ใน List เดียวกัน

  • JavaScript:

    • Arrays สามารถเก็บข้อมูลประเภทต่าง ๆ และสามารถผสมกันได้ใน Array เดียวกัน

5. ฟังก์ชันที่ใช้บ่อย

  • PHP:

    • มีฟังก์ชันมากมาย เช่น count(), array_merge(), array_slice()

  • Java:

    • ใช้ Arrays.length สำหรับหาขนาด และ Collections สำหรับการจัดการข้อมูลที่ยืดหยุ่นมากขึ้น

  • C:

    • ไม่มีฟังก์ชันในตัวสำหรับการจัดการ Arrays ต้องเขียนฟังก์ชันเอง

  • Python:

    • มีฟังก์ชันในตัวเช่น len(), append(), remove()

  • JavaScript:

    • ใช้ฟังก์ชันเช่น length, push(), pop(), splice()

ตารางเปรียบเทียบ PHP, Java, C, Python และ JavaScript

คุณสมบัติ
PHP
Java
C
Python
JavaScript

ประเภทของ Array

Indexed, Associative

Indexed

Indexed

List (Flexible)

Array (Flexible)

การสร้าง Array

array() หรือ []

new Type[] {}

type[] name = {}

[]

[]

การเข้าถึงค่า

$array[index] หรือ $array[key]

array[index]

array[index]

array[index]

array[index]

การปรับขนาด

ปรับขนาดได้

ขนาดคงที่ ใช้ ArrayList สำหรับขนาดที่เปลี่ยนแปลงได้

ขนาดคงที่

ปรับขนาดได้

ปรับขนาดได้

การเพิ่มสมาชิก

array_push()

ArrayList.add()

ไม่มีฟังก์ชันในตัว

list.append()

array.push()

การลบสมาชิก

unset()

ArrayList.remove()

ไม่มีฟังก์ชันในตัว

list.remove()

array.splice()

การนับสมาชิก

count()

array.length

ต้องการเขียนเอง

len(list)

array.length

ประเภทข้อมูลใน Array

สามารถผสมประเภทได้

ประเภทต้องชัดเจน

ประเภทต้องชัดเจน

สามารถผสมประเภทได้

สามารถผสมประเภทได้

ฟังก์ชันช่วย

array_merge(), array_slice()

Collections

ต้องเขียนเอง

list.extend(), list.pop()

array.map(), array.filter()

Slide

Video

Reference

Last updated