hand-peaceIf-else

กาลัญญาณี อมรเวชกุล 630710125

ในหัวข้อนี้ มีหัวข้อหลักๆ 2 หัวข้อนะคะ

  • If-else

  • If-elseif-else

เรามากันที่หัวข้อ if-else กันนะคะ

If-else

If….else คือ การทำงานไม่ว่าเงื่อนไขจะเป็นจริงหรือเท็จ if ทำงานเมื่อเงื่อนไขเป็นจริง และ else จะถูกทำงานเงื่อนไขเป็นเท็จ

Syntax:

  if( เงื่อนไข ){
       // คำสั่งที่ให้ทำงาน เมื่อเงื่อนไขถูกต้อง
    }else {
       // ถ้าในเงื่อนไข if ไม่ถูกต้อง จะทำคำสั่งใน else
    }

Flowchart:

อธิบาย flowchart ของการทำงานของ if-else

ขั้นแรก ตรวจสอบว่าเงื่อนไขเป็น True หรือ False

  • ถ้าเป็น True ทำงานต่อไปที่ If code

  • หากเป็น False ทำงานต่อไปที่ else code

ทำงานใน If code หรือ else code เสร็จแล้ว จะทำงานต่อไปที่ After If

เมื่อทำงานที่ After If เสร็จแล้วก็เป็นการจบการทำงานใน Flowchart if-else

ตัวอย่างโค้ด

chevron-rightOutput:hashtag

You passed the exam!

อธิบายโค้ด

กำหนดตัวแปร $score = 65

เช็คเงื่อนไขใน if

$score ถ้ามีค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 50 หรือไม่

ถ้า $score มีค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 50 แสดงว่าเงื่อนไขเป็นจริง

แสดงข้อความว่า You passed the exam!

ถ้า $score มีค่าน้อยกว่า 50 แสดงว่าเงื่อนไขเป็นเท็จ

ทำงานที่ else แล้ว แสดงข้อความว่า You failed the exam!

ในตัวอย่างนี้ $score = 65 แปลว่าเงื่อนไขเป็นจริง แสดงOutput : You passed the exam!

คำสั่ง if-else แบบย่อ

  • ใช้ สัญลักษณ์ ? :

Syntax if-else แบบย่อ:

  • คำสั่ง 1 : คำสั่งที่จะถูกดำเนินการหากเงื่อนไขเป็นจริง

  • คำสั่ง2 : คำสั่งที่จะถูกดำเนินการหากเงื่อนไขเป็นเท็จ

ตัวอย่าง if-else แบบย่อ:

chevron-rightOutput:hashtag

ผ่าน

อธิบายโค้ด

กำหนดตัวแปร $y = 100

ตรวจสอบเงื่อนไข $y มีค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 80 หรือไม่

ถ้า $y มีค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 80 เงื่อนไขเป็นจริง ให้ค่า ผ่าน

ถ้า $y มีค่าน้อยกว่า 80 เงื่อไขเป็นเท็จ ให้ค่า ไม่ผ่าน กับตัวแปร x

ในตัวอย่างนี้ $y มีค่าเป็น 100 มากกว่า 80 แสดงว่าเงื่อนไขเป็นจริง ให้ค่า ผ่าน กับตัวแปล x

แสดงตัวแปร x ออกมา Output: ผ่าน

ตัวอย่างเพิ่มเติม:

เป็นเดียวกับตัวอย่างif-else แบบปกติ มาทำให้เป็นแบบย่อ

เปรียบเทียบโค้ดภาษา PHP,Java,C,Python,JavaScipt

chevron-rightOutput:hashtag

7 is an odd number.

จบหัวข้อif-elseแล้วค่ะ


มาทำความเข้าใจกันต่อที่หัวข้อถัดไป if-elseif-else นะคะ

If-elseif-else

elseif คือ ดำเนินการเงื่อนไขมากกว่า2 เงื่อนไข การนำelseif มาแทรกระหว่าง if กับ else ทำงานคล้ายคลึงกับ else คือเงื่อนไข if เป็นเท็จ จะทำงานที่ elseif มีข้อแตกต่างจาก else ตรงที่ elseif ต้องมีเงื่อนไขที่เป็นจริงเท่านั้น

Syntax:

Flowchart:

อธิบาย flowchart ของการทำงานของ if-elseif-else

ตรวจสอบเงื่อนไขแรก(Condition-1) : เป็น True หรือ False

  • ถ้าเป็น True ทำงานต่อไปที่ Statement-1 แล้วจบการทำงาน

  • ถ้าเป็น False ทำงานเงื่อนไขถัดไป

ตรวจสอบเงื่อนไขถัดไป(Condition-2): เงื่อนไขแรกเป็น False ทำการตรวจสอบที่ เงื่อนไขที่สอง (Condition-2) เป็น True หรือ False

  • ถ้าเป็น True ทำงานต่อไปที่ Statement-2 แล้วจบการทำงาน

  • ถ้าเป็น False ทำงานเงื่อนไขถัดไป

ตรวจสอบเงื่อนไขถัดไป(Condition-n): เงื่อนไข2เป็น False ทำการตรวจสอบเงื่อนไขตามลำดับไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพบเงื่อนไขที่เป็นจริง หรือจนถึงเงื่อนไขสุดท้าย

ถ้าตรวจสอบทุกเงื่อนไข พบว่าไม่มีเงื่อนไขไหนเป็นจริงเลย: จะทำงานไปยังคำสั่ง Next Statement

ตัวอย่างโค้ด

chevron-rightOutput:hashtag

This is a medium-calorie.

อธิบายโค้ด

กำหนดตัวแปร $calories = 600

ตรวจสอบเงื่อนไขif $calories มีค่ามากกว่า 800 หรือไม่

ถ้า $calories มีค่ามากกว่า 800 เงื่อนไขเป็นจริง แสดงข้อความ This is a high-calorie.

ถ้า $calories น้อยกว่า 800 เงื่อนไขเป็นเท็จ ตรวจสอบเงื่อนไขที่ elseif

ตรวจสอบเงื่อนไข elseif เช็คว่า $calories มากกว่าหรือเท่ากับ 500 หรือไม่

ถ้า $calories มีค่ามากกว่าเท่ากับ 500 แสดงข้อความ This is a medium-calorie.

เนื่องจาก $calories ในตัวอย่างคือ 600 เข้าเงื่อนไข elseif นี้ Output: This is a medium-calorie.

แล้วก็หยุดการทำงาน ไม่เข้าเงื่อนไขต่อไป เพราะเจอเงื่อนไขที่เป็นจริงแล้ว

เปรียบเทียบภาษา PHP,Java,C,Python,JavaScipt

chevron-rightOutput :hashtag

คะแนนที่ได้คือ 75

เกรดที่ได้คือ B

ความแตกต่างภาษา PHP,Java,C,Python,JavaScipt

ความเหมือน: if-else และ if-elseif-else ทุกภาษาใช้โครงสร้างพื้นฐานเดียวกัน

ความแตกต่าง :

  1. ประกาศตัวแปรและการใช้วงเล็บ{}เหมือนกัน แตกต่างออกไปภาษาPython ใช้ ย่อหน้า(indentation) แทน

  2. แสดงผลลัพธ์แต่ละภาษามีรูปแบบที่แตกต่างกัน

  • PHP: ใช้ echo

  • Java: ใช้ System.out.println

  • C: ใช้ printf

  • Python: ใช้ print

  • JavaScript: ใช้ console.log

  1. Python มีลักษณะที่อ่านง่าย สบายตา

ตรางการเปรียบเทียบเพิ่มเติมภาษา PHP,Java,C,Python,JavaScipt

จุดเด่นของ PHP:

  1. การใช้ if-else และ if-elseif-else ไม่แตกต่างจากภาษา Java,C มาก ทำให้ผู้ที่กำลังศึกษาเข้าใจง่าย

  2. ใช้สร้างเว็บแอปพลิเคชัน ทำงานบนServer

  3. มีการใช้ if-else แบบย่อ ช่วยให้โค้ดกระชับมากขึ้น

จบการอธิบายส่วนของ if-else กับ if-elseif-else ของ PHP ขอบคุณค่ะ


Slide:

Video:

Reference:

PHP:

Last updated