square-penData Types

วรัทญาพร บุญผ่อง 620710330

Data Types ในภาษา PHP คืออะไร

Data Types คือชนิดข้อมูล ในภาษา PHP ตัวแปรสามารถจัดเก็บข้อมูลได้หลายประเภท เช่น ตัวเลข ข้อความ เป็นต้น โดยข้อมูลเหล่านี้เรียกว่า "ชนิดข้อมูล" (Data Types)

ชนิดข้อมูลในภาษา PHP มีดังนี้

  • String คือลำดับของตัวอักษร เช่น "Hello world!"

  • Integer คือตัวเลขทั้งหมด เช่น 1234 หรือ 4321

  • Float คือ ตัวเลขที่มีจุดทศนิยม เช่น 3.14 หรือ 12.345

  • Boolean ซึ่งจะมีค่าได้สองค่า คือ TRUE หรือ FALSE

  • Array คือตัวแปรที่เก็บค่าที่หลายๆค่าไว้ในตัวแปรเดียว

  • Object คือโครงสร้างข้อมูลที่ซับซ้อน ซึ่งสามารถเก็บค่าต่างๆ ได้มากมายและสามารถใช้ฟังก์ชันได้

  • NULL คือชนิดข้อมูลที่แสดงถึงตัวแปรที่ไม่มีค่า หรือมีค่าเป็น " ค่าว่าง "

  • Resource คือการอ้างอิงจากภายนอก เช่น การเชื่อมต่อกับฐานข้อมูล

ชนิดข้อมูลที่แตกต่างกันจะถูกใช้เพื่อการทำงานที่แตกต่างกันในโปรแกรม PHP และ PHP จะกำหนดชนิดข้อมูลให้กับตัวแปรโดยอัตโนมัติเมื่อคุณกำหนดค่าให้ตัวแปร

การนำชนิดข้อมูลในแต่ละชนิดไปใช้

String

String คือประเภทข้อมูลประเภทข้อความหรือการนำตัวอักษรหลายๆ ตัวมาต่อกันหรือเรียกว่าอาเรย์ของตัวอักษร โดยความยาวของ String นั้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามค่าที่กำหนดให้กับตัวแปร ในภาษา PHP ค่าที่เป็นไปได้ของ String นั้นรองรับเกือบทุกตัวอักษรในโลก เช่น UTF-8

การประกาศตัวแปร String

การประกาศ String โดยการใช้เครื่องหมาย Double quote เหมือนในตัวแปร $string1 ทำให้สามารถแทรกตัวอักษรพิเศษหรือตัวแปรลงใน String ได้ ในขณะที่การประกาศแบบ Single quote ในตัวแปร $string2 นั้นจะได้ผลลัพธ์ของ String เหมือนที่แบบที่ได้ประกาศไว้ในตัวแปรเท่านั้น

ตัวอย่างการใช้ String

จะได้ผลลัพธ์ ดังนี้

ในผลลัพธ์ จะเห็นว่าในตัวแปร $double_quote สามารถแทรกตัวแปร $name ลงไปภายใน String ได้ ซึ่งเรียกว่า String interpolation และ หมายถึงการขึ้นบรรทัดใหม่ ในขณะที่ในตัวแปร $single_quote จะได้ผลลัพธ์ตามที่เรากำหนดให้กับ String

Integer

Integer คือตัวเลขที่ไม่มีจุดทศนิยม เช่น 1, 123, -456 เป็นต้น โดยมีลักษณะดังนี้:

  • ต้องเป็นตัวเลขอย่างน้อยหนึ่งตัว

  • ไม่มีจุดทศนิยม

  • สามารถเป็นค่าบวก ( + ) หรือค่าลบ ( - ) ได้

ตัวอย่างการใช้ Integer

จะได้ผลลัพธ์ ดังนี้

ขนาดของจำนวนเต็ม (int) ขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์มที่ใช้งาน แต่ค่ามากที่สุดที่ใช้ได้โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณสองพันล้าน (32 บิตแบบ signed) แพลตฟอร์ม 64 บิตมักจะมีค่ามากที่สุดอยู่ที่ประมาณ 9E18 (9 คูณ 10 ยกกำลัง 18)

Float

Float คือค่าตัวเลขที่มีจุดทศนิยม เช่น 1.23, -3.45, หรือ 0.567 เป็นจำนวนประเภทหนึ่งที่ใช้สำหรับการเก็บตัวเลขที่มีความแม่นยำแบบทศนิยม

ตัวอย่างการใช้ Float

จะได้ผลลัพธ์ ดังนี้

ค่าประเภท Float มักใช้เมื่อมีการคำนวณที่เกี่ยวกับจำนวนทศนิยม หรือเมื่อต้องการเก็บตัวเลขที่มีขนาดใหญ่มากหรือน้อยมากเกินกว่าจะเก็บในประเภท Integer ได้

Boolean

Boolean คือชนิดข้อมูลพื้นฐานใน PHP ที่มีค่าได้เพียงสองค่าเท่านั้น คือ:

  • TRUE (จริง)

  • FALSE (เท็จ)

ตัวอย่างการใช้ Boolean

จะได้ผลลัพธ์ ดังนี้

Booleans มักใช้ในการควบคุมเงื่อนไข (conditional statements) เช่น if , while และการประมวลผลเชิงตรรกะ

Array

Array คือโครงสร้างข้อมูลที่สามารถเก็บค่าหลายค่าในตัวแปรเดียว โดยค่าทั้งหมดสามารถเข้าถึงได้ด้วยการอ้างอิงถึง "ดัชนี" (index) ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งตัวเลขหรือตัวอักษร

ประเภทของ Array ใน PHP

  • Indexed Array ใช้ดัชนีที่เป็นตัวเลขเพื่ออ้างอิงตำแหน่ง เช่น

  • Associative Array ใช้ดัชนีที่เป็นสตริงเพื่ออ้างอิงค่า เช่น

  • Multidimensional Array เป็นอาเรย์ที่มีอาเรย์ซ้อนอยู่ภายใน ใช้สำหรับเก็บข้อมูลหลายระดับ เช่น

Object

Object คือตัวแปรที่เก็บอินสแตนซ์ของคลาส โดยคลาสเป็นแม่แบบที่กำหนดคุณสมบัติ และพฤติกรรม (methods) ของ object ใน PHP

การสร้าง object

ในการสร้าง object ต้องเริ่มด้วยการสร้างคลาสก่อน จากนั้นจึงสร้างอินสแตนซ์ของคลาส (object) ดังตัวอย่างต่อไปนี้ :

คุณสมบัติและเมธอด :

  • Properties (คุณสมบัติ) คือ ตัวแปรที่ถูกกำหนดภายในคลาส และสามารถเข้าถึงได้ผ่าน object

  • Methods (เมธอด) คือ ฟังก์ชันที่กำหนดภายในคลาส ซึ่งสามารถถูกเรียกใช้งานผ่าน object

NULL

NULL คือค่าประเภทหนึ่งใน PHP ที่แสดงถึง "ไม่มีค่า" หรือ "ค่าว่าง" เมื่อมีการกำหนดตัวแปรให้มีค่า NULL หมายความว่าตัวแปรนั้นไม่เก็บค่าหรือไม่มีข้อมูลใด ๆ อยู่ในตัวแปรนั้น

วิธีการกำหนดค่า NULL

สามารถกำหนดค่า NULL ให้กับตัวแปรได้โดยใช้คำว่า null ดังนี้:

การตรวจสอบค่า NULL

สามารถใช้ฟังก์ชัน is_null() เพื่อตรวจสอบว่าตัวแปรมีค่า NULL หรือไม่ ดังนี้

ใน PHP ค่าต่อไปนี้จะถูกตีความว่าเป็น NULL

  • ตัวแปรที่ยังไม่ได้กำหนดค่า (uninitialized variable)

  • ตัวแปรที่ถูกกำหนดค่าเป็น NULL

  • การลบค่าตัวแปรด้วย unset()

Resource

Resource คือชนิดข้อมูลพิเศษใน PHP ที่ใช้ในการเก็บข้อมูลที่มีการอ้างอิงถึงทรัพยากรภายนอก เช่น การเชื่อมต่อฐานข้อมูล ไฟล์ หรือเซสชันที่กำลังทำงานอยู่ โดยทรัพยากรนี้จะไม่สามารถเข้าถึงหรือแก้ไขได้โดยตรง แต่สามารถใช้งานได้ผ่านฟังก์ชันที่กำหนดใน PHP

ตัวอย่างของ Resouce

  • Database Connections: เมื่อเชื่อมต่อกับฐานข้อมูล เช่น MySQL จะได้ค่าที่เป็น resource ซึ่งอ้างถึงการเชื่อมต่อที่สร้างขึ้น

  • File Handles: เมื่อเปิดไฟล์เพื่ออ่านหรือเขียน ข้อมูลที่คืนค่าก็คือ resource ที่ใช้ในการจัดการไฟล์

  • Sessions: ในการทำงานกับเซสชัน PHP จะใช้ resource เพื่อเก็บข้อมูลเซสชัน

การตรวจสอบ Resource

สามารถใช้ฟังก์ชัน get_resource_type() เพื่อดูประเภทของ resource ที่กำหนด เช่น

ความแตกต่างของ Data Types ระหว่าง PHP , Java , C และ Python

ความแตกต่างของ Data Types ในภาษา PHP เมื่อ เปรียบเทียบกับ Java C และ Python

  • ชนิดข้อมูลพื้นฐาน : ทุกภาษามีชนิดข้อมูลพื้นฐานที่คล้ายกัน เช่น integer , float, string , boolean

  • แนวคิดของตัวแปร : ใช้สำหรับเก็บข้อมูล

โดยสามารถเปรียบเทียบความแตกต่างได้ ดังตัวอย่างตารางนี้

ภาษา
ตัวอย่าง Data Types
การประกาศตัวแปร

PHP

integer, float, string, boolean, array, object

ไม่จำเป็นต้องประกาศชนิดข้อมูลก่อนใช้งาน

Java

int, float, double, char, boolean, String, object

ต้องประกาศชนิดข้อมูลก่อนใช้งาน

C

int, float, char, bool

ต้องประกาศชนิดข้อมูลก่อนใช้งาน

Python

int, float, str, bool, list, tuple, dict

ไม่จำเป็นต้องประกาศชนิดข้อมูลก่อนใช้งาน

จุดเด่นที่แตกต่างกันในแต่ละภาษา

ภาษา
จุดเด่น

PHP

ง่ายต่อการเรียนรู้และใช้งาน เหมาะสำหรับเว็บแอปพลิเคชัน

Java

เหมาะสำหรับแอปพลิเคชันขนาดใหญ่

C

ประสิทธิภาพสูง ควบคุมหน่วยความจำได้ละเอียด

Python

ภาษาที่อ่านง่าย เขียนโค้ดสั้น เหมาะสำหรับ Data Science, Machine Learning

จะสรุปได้ว่า

  • PHP และ Python มีความคล้านกันในเรื่องของ Dynamic typing ทำให้เขียนโค้ดได้ง่ายและรวดเร็ว แต่ก็อาจะมีความเสี่ยงในการเกิดข้อผิดพลาดมากกว่าภาษาอื่นๆ

  • Java และ C เป็นภาษาที่ต้องประกาสชนิดข้อมูลก่อนใช้งาน ทำให้โค้ดมีความชัดเจนและตรวจสอบข้อผิดพลาดได้ง่ายขึ้น แต่ก็อาจทำให้การเขียนโค้ดยุ่งยากขึ้น

  • Dynamic typing: หมายถึง ภาษาโปรแกรมจะตรวจสอบชนิดข้อมูลของตัวแปรในขณะรันไทม์ ทำให้มีความยืดหยุ่นในการเขียนโปรแกรม แต่ก็อาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้หากไม่ได้ตรวจสอบชนิดข้อมูลอย่างรอบคอบ

  • Type hinting: หมายถึง การระบุชนิดข้อมูลที่ต้องการของอาร์กิวเมนต์ในฟังก์ชัน ช่วยให้ตรวจสอบข้อผิดพลาดได้ตั้งแต่ขั้นตอนการเขียนโค้ด

ตัวอย่าง

ภาษา PHP

ภาษา Java

Slide & Presentation

file-pdf
556KB

แหล่งอ้างอิง

  • Data Types ในภาษา PHP คืออะไร

  • ชนิดข้อมูลในภาษา PHP

  • String in PHP

  • Integer in PHP

  • Float in PHP

  • Boolean in PHP

  • Array in PHP

  • Object in PHP

  • NULL in PHP

  • Resource in PHP

  • ความแตกต่างของ Data Types ระหว่าง PHP Java C และ Python

Last updated